iTopPlus972840549237

Happiness เป็นสุข กับ สุขเป็น

ความสุขคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนอยากได้อยากมี  มันคืออะไร และต้องเข้าใจมันอย่างไร ถึงจะเรียกว่า "สุขเป็น" ไม่เพียงแค่ "เป็นสุข" มันอาจเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก เพราะเป็นนามธรรมเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ แต่ก็น่าศึกษาเพราะเราเป็นผู้ศึกษา แม้นจะเป็นการพบเห็นความสุขเพียงชั่วครั้งคราวก็ตามที

ตอนเด็กๆ เมื่อเราได้สิ่งของที่เราต้องการ เราก็มีความสุขล้น แต่ทันทีที่มีบางสิ่งขัดความต้องการหรือขัดความรู้สึกเรา เราก็จะทุกข์ทันที เมื่อโตขึ้นมาเราก็ยังคงเป็นเช่นนี้อยู่ดี (วันนี้ไม่อ้างอิง Charles Akara แต่เขียนเองให้เห็นภาพแตกต่างระหว่างคน 3 ประเภท) 

คนทั่วไป :  จะพบความสุขเพียงเล็กน้อย เพราะเป็นสุขที่ได้รับจากการได้สัมผัสทั้งทางกายและทางใจ แต่ด้วยใจลึกๆที่โหยหา เป็นความขาดแคลนในสิ่งที่ต้องการ เท่าไรก็ยังไม่รู้สึกอื่มเต็ม เมื่อได้ความสุขจากสิ่งหนึ่งแล้ว ก็ยังต้องโหยหาไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง ไม่รู้จบ 

คนฉลาด :  เมื่อเขาได้พบกับความสุข เขาจะค้นหาศึกษา "ความสุขที่แท้จริง" มากกว่าเพียงแค่เป็นสุขจากสิ่งที่ได้รับด้วยความพอใจ มีสุขมากกว่าแบบนี้ไหม เมื่อเขาถาม เขาก็จะค้นหา และก็ได้คำตอบว่า "เมื่ออิ่มเต็ม เชื่อและคิดว่า ฉันมีเพียงพอ มีเหลือเฟือเพื่อจะแบ่งปันด้วยซ้ำ" เมื่อนั้นแหล่ะ เขาก็จะพบความสุขที่เต็มอิ่มจากภายใน คนสันโดษคือคนที่พอใจในสิ่งที่มีที่เป็น จึงเป็นคนที่มีความสุขมาก

คนมีปัญญา : เมื่อเขาเป็นสุขจากภายใน ความรู้สึก ความเข้าใจในอารมณ์ความสุขแบบนั้น เขาก็อยากที่จะให้คนอื่นได้ด้วยเช่นกัน มันจึงเป็นความสุขอันเกิดจากความเมตตา ความรัก และความปรารถนาดี  มันคือความสุขที่อยู่เหนือวัตถุ สิ่งของ บุคคลตัวตน

การฝึกสร้างทักษะนี้ : เริ่มจากฝึกการเป็นผู้ให้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดให้กำลังใจเพื่อน การยิ้มส่งสายตาที่เป็นห่วงต้องการช่วย การลงมือลงแรงช่วยเหลืองาน การแบ่งปันให้ความรู้ การให้โอกาสผู้อื่น เหล่านี้เป็นการให้ที่ไม่ต้องใช้เงินทอง แต่ได้คุณค่ามากกว่าเสียอีก และที่สำคัญคือการได้ความรู้สึกที่ดีมากต่อตนเอง ที่ได้เห็นคนอื่นเป็นสุขเหมือนเรา ลองทำดู เริ่มจากสิ่งเล็กๆ กับคนรอบข้าง แล้วจับสังเกตความรู้สึกของตัวเองว่าเนื้อใจเราตอนนั้นเป็นอย่างไร เราจะได้ "สุขเป็น" ไม่ใช่แค่ "เป็นสุข"