Success Person (II) การเป็นผู้ประสบควมสำเร็จ ตอนที่ 2
Success Person (II) ผู้ประสบความสำเร็จ ตอนที่ 2
ตามที่ได้กล่าวในตอนที่ 1 ว่าคุณลักษณะพื้นฐานทั้ง 7 ประการนั้นเป็นเพียงเหตุปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีความคิดและริเริ่มลงมือทำสิ่งที่เราปรารถนาได้อย่างตั้งใจมีประสิทธิภาพ แต่สำหรับประสิทธิผลแล้ว เราคงยังต้องการปัจจัยคุณลักษณะอีกหลายด้าน เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก สิ่งเร้าต่างๆรอบตัวจะเป็นปัจจัยให้เราเร่งสำเร็จก็ได้ หรือฉุดรั้งไม่ให้สำเร็จก็ได้ ดังนั้นจึงยังต้องเสริมสร้างพัฒนาคุณลักษณะด้านอื่นเพื่อเป็นเครื่องมือในการนำพาชีวิตเราให้ประสบผลบรรลุจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ได้
1. Attitude ทัศนคติ เจตคติต่อปรากฏการณ์รอบตัว ทุกวันเราจะพบสิ่งเร้ามากระทบตลอดวัน ไม่ว่าสิ่งเร้านั้นจะเป็นวัตถุสิ่งของหรือบุคคล เมื่อมันเข้ามาขัดใจ ขัดขวางทางเดินของเรา ถึงที่สุดเรามักจะกล่าวโทษให้ได้ถึงตัวบุคคล เพราะมนุษย์ที่มีความพร่องในจิตใต้สำนึก ต้องการเติมเต็มให้ตัวเองไม่รู้สึกผิด ไม่รู้สึกขาด ไอ้ที่มันผิด มันขาดตกบกพร่องอยู่ตรงหน้านี้ มันต้องเป็นความผิดของใครคนใดคนหนึ่งเสมอ นี้คือทัศนคติของมนุษย์ปุถุชนทั่วไป ซึ่งเราควรที่จะพิจารณาปรับแก้และพัฒนาเจตคติส่วนตนนี้เป็นอันดับแรก เรามักพบว่าผู้ประสบความสำเร็จหรือคนมีปัญญา เขามีทัศนคติที่เปิดกว้าง เปิดใจ รับฟัง รับความเห็นคนอื่น และเชื่อว่าเขามีเหลือเฟือ มากพอที่จะแบ่งปันเพื่อผู้อื่นได้ประโยชน์ร่วม
2. Cognitive Thinking เป็นคำรวมๆของระบบการคิด การใช้สมองทั้งหมดเพื่อการจัดการงานให้สำเร็จ นับตั้งแต่ การจำได้ การแยกแยะ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ การเชื่อมโยง การหาตรรกะเหตุผล การคิดสร้างสรรค์ไปจนถึง การค้นคิดแก้ปัญหา ซึ่งยังต้องมีแก่นคิดที่เป็นความถูกต้องชอบธรรมประกบอีกชั้นหนึ่ง (ดังที่พุทธศาสนาใช้คำรวมว่า โยนิโสมนสิการ แปลว่าการคิดไว้ในใจอย่างแยบคายด้วยคุณธรรม) การคิดเป็นต้นทางของทุกสิ่งในโลกเรา ตามที่ได้กล่าวในตอนที่ 1 ก็เริ่มที่การคิด และความเชื่อซึ่งก็มาจากคิด คิดไม่ถูก คิดไม่เป็นระบบ ก็ตามด้วยพูดไม่ถูก พูดไม่เข้าใจ
3. Relationship Skills ทักษะในการสร้างความสัมพันธ์ ถือเป็นอีกศาสตร์ใหญ่ทีเดียว ที่เราสามารถฝึกฝนได้ หลักพื้นฐานใหญ่ๆ คือ "การฟังให้เป็น" กับ "การพูดให้เป็น" คนที่ฟังได้พูดได้ อาจเป็นคนที่ฟังไม่เป็น พูดไม่เป็น เพราะไม่สามารถจับความรู้สึกของผู้พูด มักที่จะฟังตามความรู้สึกของตนเอง และตีความหมาย ลด ตัด ทอนสาระที่ไม่สนใจ ไม่อยากรู้ ไม่ต้องการออก ทำให้การฟังคลาดเคลื่อนจากความหมายที่ผู้พูดต้องการสื่อสาร ส่วนคนพูดไม่เป็น คือคนที่พูดสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก พูดวกไปวนมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ชัดเจนในการยกตัวอย่าง พูดไม่มีสรุปขมวดปม ทำให้ผู้ฟังไม่อาจเข้าใจในสาระสำคัญ ทำให้เบื่อ และเลิกฟัง ตัดบทตัดตอนไปในที่สุด การสื่อสารทั้งสองด้านที่ "ไม่เป็น" จึงเป็นตัวเหตุปัจจัย ให้งานที่น่าจะสำเร็จบรรลุผล กลับต้องเสียหายล้มเหลวได้ แม้นเราจะตั้งใจมากเพียงใดก็ตาม
คำท้าทาย :
เราลองสำรวจตัวเองดูว่า จากข้อ 1 - 3 นั้นเราจะให้คะแนนน้ำหน้ก 1-10 อย่างไร? นี่เป็นวิธีหนึ่งที่พาเราสู่การพัฒนาคุณลักษณะของตน เพราะหากยังไม่รู้ว่าตนเป็นอย่างไร ก็ยากที่เริ่มต้นพัฒนาได้
โปรดติดตามบทความในเว็บไซต์นี้ เพราะเราจะลงรายละเอียดในแต่ละคุณลักษณะที่ว่าข้างต้นในวันต่อๆไปค่ะ เรื่องใกล้ตัว เรื่องภายในจิตใจตัวเราที่คนทั่วไปมองข้าม